พระพยอมขอร่วมขบวนปรองดอง
นำหลักธรรม 4 ข้อชี้ทางให้ประเทศไทย

พระพยอม เปิดวัดสวนแก้วแถลงทรรศนะ ชี้คนไทยในแผ่นดินล้วน "ต่างสีเดียวกัน" พร้อมกันนั้นได้เปิด
ตัวหนังสือชุดพิเศษโดยนำหลักธรรมปรองดอง คือ ใคร่ครวญ ยินดี สามัคคี เพื่อช่วยสร้างแรงกระเพื่อม
แนวทางสร้างความปองดองของหลายฝ่ายที่ทำไว้ไม่ให้นิ่ง


            (วันนี้ 20 ธ.ค.) ที่วัดสวนแก้ว พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว แสดงทรรศนะถึงการสร้าง
ความปรองดองยังสามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง เพราะคนไทยในแผ่นดินล้วน "ต่างสีเดียวกัน" ความปรองดอง
สามารถสร้างขึ้นได้โดยยึดหลักธรรมมะ 4 ข้อคือใคร่ครวญ ยินดี สามัคคี และให้อภัยมาเป็นเครื่องมือ
            นอกจากนั้นพระพยอมยังได้ทำหนังสือชื่อ ต่างสีเดียวกัน โดยบอกถึงสาเหตุที่เขียนหนังสือเล่มดังกล่าว
ว่า มีเวลาว่างมากขึ้น ทำให้มีโอกาส เขียนหนังสือเยอะขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำไว้หลายเล่มเช่น "มีสุขเพราะ
หมดเกลียด" "ทำบุญแก้วิกฤตกาล ดีกว่าทำบุญตามเทศกาล"
            "มีผู้รู้เขากล่าวว่าเราคงต้องเจอวิกฤตทั้งน้ำ ทั้งดิน ทั้งพายุ แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องอนาคต แต่ในขณะ
ที่ปัจจุบันเราต้องมาเจอวิกฤตของคนในสังคมที่มีความคิดต่างสีต่างพวก แบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย จึงได้
ปรึกษากับคณะกรรมการผู้ร่วมงานว่าน่าจะทำอะไรให้ความปรองดองของคนที่เขาทำกันอยู่มันกระเพื่อม ไม่ใช่
นิ่งตายสนิท จนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะเห็นฝั่งเห็นความโปร่งแสงเห็นปลายทางแห่งสันติสุข"
           หนังสือเล่มดังกล่าวทำเป็นชุดๆ หนึ่ง มี 4 เล่ม โดยยึดหลักธรรม 4 ข้อ ที่จะสร้างความปรองดองธรรมะ
เล่มหนึ่งคือ ใคร่ครวญ ในทางธรรมะเรียกว่า โยนิโสมนสิการ หมายความว่าฟังอะไรต้องไม่ฟังแล้วเชื่อเลย
พระพุทธเจ้าให้หลักในการฟังไว้ว่า หากใครพูดอะไรชวนให้ทำอะไรจงอย่าพึ่งรับหรือปฏิเสธในทันที ควรต้อง
พิจารณาเสียก่อน ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ ฟังหูไว้หู นั่นก็คือการใคร่ครวญพิจารณาว่า ใครได้ใครเสียใคร
บอบช้ำประเทศชาติได้อะไรบ้าง สังคมส่วนใหญ่ได้หรือไม่ ถึงแม้ว่าเราอาจจะได้ทำตามอุดมการณ์แต่ถ้ามันได้
มาบนความบอบช้ำได้เสียคุ้มกันหรือไม่ เรื่องการใคร่ครวญ จึงเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัส ไว้อย่างยอดเยี่ยม
           ธรรมะเล่มที่สองคือ ยินดี หรือ มุทิตา หมายถึงเวลาใครได้ดีอย่าได้อิจฉาจนตาร้อนตาเขียว ทุกวันนี้
บางทีเราก็ทนเห็นคนอื่นเขาได้ดีกว่าเราไม่ได้ จึงทำให้เกิดเป็นความรู้สึกอยากจะกลั่นแกล้ง อยากจะเตะตัดขา
ฉะนั้นความริษยา จะถูกระงับได้ก็ต้องมีมุทิตา คือพลอยยินดีเมื่อเห็นคนอื่นได้ดี ถ้ายินดีกับคนอื่นที่ได้ดีเราเอง
ก็จะรู้สึกสบาย แต่ถ้ามัวแต่คิดว่าถ้าไม่มีคุณ ตำแหน่งนี้ฉันได้แน่ๆ ถ้าคิดอย่างนี้มันก็จะแย่ทันที ตัวริษยาจึง
เป็นตัวที่ทำให้สังคมแย่ที่สุด
           ธรรมะเล่มที่ สาม คือ สามัคคี ทำไมคำๆ นี้ถึงได้ถูกเรียกร้องกันมาก เพราะมันพิเศษตรงที่สามารถ
ทำให้หนัก ก็จะกลายเป็นเบา ยากก็จะกลายเป็นง่าย ช้าจะกลายเป็นเร็ว ภัยมากจะกลายเป็นภัยน้อย ตอน
น้ำท่วมถือว่าเราได้สลายสีกันไปได้เยอะ ตอนที่บริจาคช่วยน้ำท่วม เขาก็ไม่ถามกันว่าสีอะไร ถ้าสีนั่นจะไม่ช่วย
คงไม่มี ลองคิดดูถ้าสามัคคีกันแล้วเรื่องที่หนักหนาสาหัสก็ต้องเบา เราจะต้องเจอหนักๆ เจอน้ำท่วมหนัก เจอ
พายุอย่างนัก ถ้ายังไม่รักไม่สามัคคีกันจะอยู่กันอย่างไร
           ตอนออกบิณฑบาตต้องพบเจอกับคนทั้งสองสี มีโยมหนึ่งตะโกนบอกคนใส่บาตรอาตมาว่าอย่าใส่
พระองค์นี้ต้องใส่ด้วยไม้หน้าสามอีกพวกหนึ่งบอกจะใส่หนักหัวอะไร ทะเลาะกันต่อหน้าพระ อาตมาจึงมาคิดๆ
ดูว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้บรรยากาศอย่างนี้มันหายไปเสียที จึงเป็นที่มาของการทำหนังสือเล่มนี้ และก็
จะนำไปแจกให้กับพรรคการเมืองทุกๆพรรค และแกนนำทุกสี นายกฯอภิสิทธิ์ ก็จะแจกคู่แข่งของท่านก็จะแจก
ถ้าแจกแล้วสามารถทำให้ท่านคุยกันได้ก็คงดี ความสามัคคีอาจจะเกิดขึ้นเร็ว
           ธรรมะเล่มที่ 4 คือ อภัย อาตมาอยากให้ทุกคนเทขยะหัวใจที่มันรกกันมาหลายปี ทิ้งขยะชิ้นนั้นก็คือ
ความพยาบาท ความอาฆาต ความเกลียดชัง สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นขยะที่ควรเททิ้ง มันก็จะทำให้อารมณ์เรา
เน่าเฟะ บูดเสีย กลายเป็นคนที่อารมณ์บูดตอนเช้า อารมณ์เน่าตอนเพล อารมณ์เหม็นตอนค่ำ ขยะถ้าไม่เทเลย
มันก็จะติดถังเปรียบเป็นสันดารคนที่ไม่ยากจะเทความอาฆาต เทความพยาบาทเทความเกลียดชังทิ้งไป ถ้า
ทำได้ก็จะมีสุขเพราะหมดเกลียด ขยะที่ล้นบ้านล้นเมืองก็ยังดีกว่าความเกลียดชังของคนที่มีล้นบ้านล้นเมือง
อาตมาว่าสร้างความสามัคคีในตอนนี้น่าจะได้อนิสงฆ์มากกว่าสร้างโบสถ์ สร้างวิหารสร้างเจดีย์อาตมาเองไม่
คิดสร้างโบสถ์สร้างเจดีย์คิดแต่จะสร้างเรื่องนี้คือความปรองดอง
           อยากให้ทุกคนช่วยกันขยายต่อไม่อยากให้จบลงแค่ตรงนี้ และยังหวังว่าผลงานชิ้นนี้จะมีส่วนทำให้
บ้านเมืองสงบลงได้ ถ้าทำตรงนี้แล้วยังไม่มีใครเห็นด้วยก็คงต้องขอไปคุยกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสตร์ รอง
นายกฯ ที่กำลังทำเรื่องความปรองดองอยู่ขณะนี้
           อาตมาทำหนังสือแต่ไม่ได้เน้นโปรโมทหนังสือแต่จะช่วยประคับประคองให้กระแสความปองดองที่
หลายๆคนกำลังทำกันอยู่ไม่ให้มันจมหายไป เพราะถ้าจมหายไปเชื่อว่าความแตกแยกมันจะหนักกว่านี้ และ
คงต้องเรียกว่าเลือดท่วมท้องช้างและถ้าผู้ใหญ่กับผู้น้อยยังจงเกลียดจงชังกัน จะรบราฆ่าฟังกันหญ้าแพรกก็
แหลกลาน
           สำหรับผู้สนใจหนังสือชุดต่างสีเดียวกัน สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ ที่มูลนิธิสวนแก้วทุกสาขา
ทั่วประเทศ และร้านหนังสือชั้นนำ

 

พระพยอม ชี้คนไทยล้วน "ต่างสีเดียวกัน"
ต้องหัดใคร่ครวญ ยินดี สามัคคี และให้อภัย

พระพยอมแถลงทรรศนะ ชี้คนไทยในแผ่นดินล้วน "ต่างสีเดียวกัน" ทางออกอื่นไม่มีอีกแล้ว ปรองดอง
เถอะโยม แนะยึดหลักธรรมะ เริ่มต้นด้วยการรู้จักใคร่ครวญ คือหัดฟังหูไว้หู อย่าเชื่อ หรือไม่เชื่ออะไร
โดยไม่คิดใคร่ครวญ ต้องรู้จักยินดี เมื่อเห็นคนอื่นได้ดี รู้จักสามัคคี ใจกว้างยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง
และสำคัญที่สุดคือ ต้องยอมให้อภัยซึ่งกันและกัน ขจัดความริษยา เหมือนเอาขยะในหัวใจออกไปทิ้ง

            ที่วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี (20 ธ.ค.) พระพยอม กัลยาโณ ประธานมูลนิธิสวนแก้ว แสดงทรรศนะถึง
การที่จะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในชาติได้จริง ทุกฝ่ายทุกสีทุกชนชั้นในสังคมไทย ควรจะยึดหลัก 4 ข้อ
เป็นแนวทาง คือ 1. ใคร่ครวญ ฟังหู ไว้หู ตามหลักโยนิโสมนสิการ 2. ยินดี เห็นคนอื่นได้ดี ให้มีมุทิตาตอบ 3.
สามัคคี
แม้คิดคนละอย่าง แตกต่างกันได้ แต่ไม่แตกแยก และ 4. ให้อภัย ขับไล่ความริษยา ด้วยเมตตาธรรม

           "เขาบอกกันว่าจุดแข็งของคนไทย คือ รู้เร็ว ทำอะไรเร็ว แต่จุดอ่อนก็คือ ขาดการใคร่ครวญ ขาดวิจารณญาณ
ขาดโยนิโสมนสิการ เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่เราจะมาใคร่ครวญกันว่า เราจะทำอย่างไรเพื่อให้บ้านเมืองกลับมาสงบ
ต้องรู้จักฟังหูไว้หู อย่าเชื่อ หรือไม่เชื่ออะไรโดยไม่ได้คิดใคร่ครวญทบทวน ใครที่เคยชอบสีไหน ไม่ชอบสีไหน แม้แต่วันนี้
ใครจะเกลียดอาตมา หรือไม่เกลียดอย่างไร บัดนี้คงถึงเวลาใคร่ครวญเรื่องเหล่านี้

           ใครก็ตาม แม้จะเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเรา ถ้าเขาทำอะไรดี เราไม่พลอยยินดี เราก็จะมีแต่ความอิจฉาริษยา
ที่เขาเรียกว่า ตาร้อน เห็นเขาได้ดีแล้วทนไม่ได้ แต่ถ้าใครได้ดิบได้ดี พลอยยินดีกับเขา มันจะเหยียบความริษยา ถึง
เวลาที่เราจะยินดีกับใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตรงข้าม หรือฝ่ายเดียวกัน ด้วยใจที่ป็นมุทิตา จะปิดความริษยา
ได้ด้วยความยินดี
           แล้วมันถึงเวลาหรือยังที่เราจะหยุดความแตกแยกมาสร้างความสามัคคี เพราะความสามัคคี ทำให้หนัก
กลายเป็นเบา ยากกลายเป็นง่าย ช้ากลายเป็นเร็ว ภัยมากก็กลายเป็นภัยน้อย ถ้ายังมัวแตกแยกกันอยู่จะหาใครช่วย
น้ำท่วมที่ผ่านมาเขาบอกว่าละลายสีได้เยอะเลย ก็เพราะความสามัคคี เห็นใครลำบาก ทุกข์ยากรีบเข้าช่วยโดย
ไม่ต้องเกี่ยงว่าสีอะไร
           สุดท้ายอย่าลืมนะว่า ขยะหัวใจ ที่ร้ายกาจที่สุด ก็คือ ความอาฆาต พยาบาท เพราะฉะนั้น จึงมีคำกล่าวว่า
คิดอาฆาตพยาบาทจะบรรลัย แต่ถ้าคิดให้อภัยใจจะเยือกเย็น เพราะฉะนั้นถ้าอยากอยู่อย่างเยือกเย็น ก็ต้องฝึกฝืน
ฝึกฝน ชอบให้อภัย"

           ในโอกาสเดียวกัน พระพยอม ได้นำหลักธรรมะปรองดอง "ต่างสีเดียวกัน" ซึ่งจัดทำเป็นหนังสือชุดพิเศษ
มี 4 เล่ม พิมพ์สี่สีสวยงาม ขนาดกะทัดรัด แจกจ่ายให้กับสื่อมวลชน และผู้สนใจที่มาร่วมงาน และยังได้ฝากไปมอบ
ให้นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมถึงผู้นำพรรคต่างๆ และแกนนำสารพัดสีกันถ้วนหน้า โดยหวังให้เป็น
แนวทางเพื่อนำไปสร้างความปรองดองที่แท้จริงให้เกิดขึ้นเป็นผลสำเร็จ

หมายเหตุ : ดาวน์โหลดข่าวและภาพข่าวนี้ ได้ทาง  www.wattabook.com/one_color


 
ต่างสีเดียวกัน : ใคร่ครวญ ยินดี สามัคคี ให้อภัย
สำนักพิมพ์ ทองหลังพระ
รวม 4 เล่ม ราคาชุดละ 120 บาท
โดย พระพยอม กัลยาโณ



สั่งซื้อหนังสือ ชุดต่างสีเดียวกัน



        หลักธรรมะปรองดอง โดย พระพยอม กัลยาโณ "ต่างสีเดียวกัน" 1 ชุด
มี 4 เรื่อง ใคร่ครวญ ยินดี สามัคคี และให้อภัย อยู่ในกล่องชุดเดียวกัน
มีภาพการ์ตูนประกอบ อ่านง่าย เข้าใจง่าย สามารถนำไปปรับใช้กับ
ชีวิตประจำวัน และปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ให้กับประชาชน อ่านสนุก
ได้แง่คิด

ใคร่ครวญ
นำเสนอหลักธรรมคำสอนเกี่ยวกับการฟัง การเชื่อ ข้อมูลข่าวสารที่มากมาย
ในปัจจุบัน โดยอาศัยหลักโยนิโสมนสิการ และหลักกาลามสูตร จะได้รู้จัก
ฟังเป็น คิดเป็น เชื่อเป็น มีเหตุมีผล ไม่เชื่อหรือคล้อยตามง่าย

ยินดี
นำเสนอหลักธรรมคำสอนเกี่ยวกับการไม่อิจฉา ริษยา เมื่อคนอื่น
ได้ดีกว่าเรา ให้รู้จักยินดีกับความสุขของคนอื่น ได้ชื่อว่า
เป็นผู้มีมุทิตาจิต

สามัคคี
นำเสนอหลักธรรมคำสอนเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทของผู้คนในปัจจุบัน
ซึ่งต้องอาศัยหลักแห่งความสามัคคีปรองดอง สมานฉันท์แก่กัน
เพราะความสามัคคี จะทำให้เกิดความสุข ความพร้อมใจกัน

ให้อภัย
นำเสนอหลักธรรมคำสอนเกี่ยวกับการละความโกรธ ความเกลียด ให้รู้จัก
เมตตา รู้จักอภัยทาน มีความรักให้แก่กัน ไม่พยาบาทเป็นลูกโซ่ต่อไปเรื่อย ๆ

ท่านสามารถดาวน์โหลดภาพได้ทาง www.wattabook.com/one_color

 
ดาวน์โหลดภาพปก